นิทรรศกาลภาษาไทย ๒

นางพญาเสือโคร่ง

นางพญาเสือโคร่ง

    นางพญาเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ๑๐-๑๕ เมตร ใบ

 เป็นชนิดใบเดี่ยว ลักษณะรูปรีแบบไข่ หรือไข่กลับ ออกสลับกัน ใบมีความกว้าง
๓-๕

 เซนติเมตร ยาว ๕-๑๒
เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือสอบแคบ ขอบจัก

ปลายก้านใบมีต่อม๒-๔
 ต่อม หูใบแตกแขนงคล้ายเขากวาง ใบร่วงง่าย ดอก สีขาว ชมพู

 หรือแดง ออกเป็นช่อกระจุกใกล้ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว ๐.๗-๒ เซนติเมตรขอบริ้วประดับจัก

ไม่เป็นระเบียบ กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอกมี ๕
กลีบ เมื่อบานขนาดโตเส้นผ่า

ศูนย์กลาง
๑-๒ เซนติเมตร ผล รูปไข่หรือกลม ยาว ๑-๑.๕ เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดง ระยะ

เวลาออกดอกระหว่างเดือนธันวาคมจนถึงกุมภาพันธ์ โดยจะทิ้งใบก่อนออกดอก

ผลของนางพญาเสือโคร่งสามารถนำมารับประทานได้ มีรสเปรี้ยว ส่วนเนื้อไม้และการใช้

ประโยชน์ ด้านอื่นยังไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้ นอกจากการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ

 เนื่องจากมีดอกสวยงาม

การปลูกเลี้ยง ได้มีการปลูกนางพญาเสือโคร่งบนพื้นที่ต้นน้ำลำธารมาเป็นเวลา๑๐ ปี แล้ว

ปรากฏว่าได้ผลดี เป็นไม้ที่มีความเหมาะสมในการที่จะขึ้นอยู่ในพื้นที่ผ่านการทำไร่ฅ

เลื่อนลอย บนพื้นที่สูงแต่ไม่ควรปลูกบนพื้นที่ซึ่งมีลมพัดจะทำให้กิ่งก้านหักได้ง่าย ขยาย

พันธุ์โดยเมล็ด

ประโยชน์และสรรพคุณ

ชาวเขาเผ่ามูเซอจะใช้เปลือกต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นยาแก้ไอ ลดน้ำมูก แก้อาการคัดจมูก

เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำ ดื่มรักษาอาการหนาวสั่นจากอาการไข้

เปลือกต้นใช้เป็นยาแก้เลือดกำเดาไหล

เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องเสีย

เปลือกต้นใช้ตำคั้นเอาน้ำทาหรือพอกแก้ฟกช้ำ แก้ข้อแพลง ปวดข้อ

                                            นางพญาเสือโคร่ง

                                                                   กาพย์ยานี ๑๑

                             ซากุระดอยบาน                  ย้อนวันวานยามเหมันต์

                      พันธุ์ไม้งามสุขสันต์                     ส่วนผลนั้นใช้กินได้

                      รสเปรี้ยวปลูกประดับ                  ใช้เปลือกกับอาการไข้

                      เนื้อไม้ทำเครื่องใช้                      ซากุระไทยมากคุณ

                                                                     ประพันธ์โดย

                                                               สามเณรสุทธิพงษ์  พลอาษา

                                                                   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖