นิทรรศกาลภาษาไทย ๒

มะกล่ำ

มะกล่ำ : ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

   มะกล่ำตาช้าง, มะกล่ำต้น, มะแค้ก, หมากแค้ก, มะแดง, มะหัวแดง หรือ มะโหกแดง (ชื่อ

วิทยาศาสตร์:
Adenanthera pavonina) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Leguminasae วงศ์ย่อย

Mimosoideae โคนต้นมีพูพอน ผิวเรียบ สีเทาอมน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบ

ย่อยรูปไข่ ดอกช่อแบบแตกแขนง เกสรตัวผู้สีเหลืองจำนวนมาก เห็นเป็นพู่ ผลเดี่ยว เป็นฝัก

แบน ยาวขดเป็นวง เมื่ออ่อนสีเขียวอ่อน สุกแล้วสีน้ำตาล เป็นผลแห้ง แตกตามตะเข็บ

 เมล็ดแบนสีแดง

   เป็นพืชที่ตรึงก๊าซไนโตรเจน ใช้เป็นอาหารสัตว์ สมุนไพร และยังเป็นไม้ประดับได้ เนื้อไม้

มีความแข็งแกร่งมากใช้ทำเรือและใช้ทำเครื่องเรือน มะกล่ำตาช้างเป็นพืชที่มีพิษ โดย

เฉพาะส่วนเมล็ดสีแดงมีพิษสูงมาก หากรับประทานเข้าไป อาจทำให้เสียชีวิตได้ รากมีรส

เปรี้ยว ใช้เป็นยาแก้ร้อนใน เมล็ดและใบแก้ริดสีดวงทวารหนัก ใช้เป็นยาเบื่อพยาธิ เมล็ด

มะกล่ำ๑
 เมล็ดใช้เทียบเป็นหน่วยกล่ำในมาตราชั่งตวงวัดโบราณ โดย ๒กล่อมเป็น ๑กล่ำ

 และ ๒
กล่ำเป็น ๑ ไพ

ประโยชน์และสรรพคุณ

 ใบมีรสฝาดเฝื่อน ใช้ต้มเป็นยาบำรุงกำลัง ใบใช้ต้มกินเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย เมล็ดนำ

มาฝนกับน้ำทาแก้ปวดศีรษะ รากแก้ร้อนใน แก้อาเจียน รากมีรสเปรี้ยวขื่นเย็นใช้ขับเสมหะ

 แก้หืดไอ  แก้ลมในท้อง เมล็ดนำมาบดให้เป็นผงใช้โรยใส่แผลฝีหนองดับพิษบาดแผล ใบ

ต้มแก้โรคปวดข้อ

   ยอดอ่อน และใบกินเป็นผักสด ร่วมกับอาหารหลายประเภท เช่น ลาบ ส้มตำ น้ำตก  เนื้อ

ในเมล็ดนำมาคั่วกินเป็นอาหารว่าง มีรสมัน เมล็ดนำมาใช้ประดับตกแต่งเสื้อผ้า / ตุ๊กตาได้

 ไม้มะกล่ำ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านเชื้อเพลิงได้ เนื้อไม้มะกล่ำให้สีแดงที่ใช้สำหรับ

ย้อมผ้าได้ เนื้อไม้ใช้ทำเสาบ้าน ใช้ในการก่อสร้าง ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ ทำเรือ

 เกวียนได้ดี เพราะเป็นไม้เนื้อแข็งและหนัก ปลูกเป็นไม้ประดับ    

 

มะกล่ำ

                          โครง ๔สุภาพ

                                ไม้พันธ์มะกล่ำนี้            สูงใหญ่(ดีแล)

                         แม้เมื่อยามพลิใบ                   หล่นแห้ง

                        บานแตกช่อขึ้นใหม่                สูงเด่น(จริงนา)

                        สู้อยู่ทนความแล้ง                   เพื่อให้รักษาพันธ์

                              ประพันธ์โดย

                              สามเณรปารมี      เพียรเสมอ

                                                                            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔