นิทรรศกาลภาษาไทย ๒

มะละกอ

มะละกอ : ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

   มะละกอ เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง สูงประมาณ๕-๑๕เมตร มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง ถูกนำ

เข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสี

เหลืองถึงส้ม นิยมนำมารับประทานทั้งสดและนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ ฯลฯ หรือนำไป

แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้
 

ประโยชน์และสรรพคุณ

   ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น เนื่องจากมะละกอเป็นผลไม้ที่ย่อยง่าย จึงทำให้

ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารได้เป็น

อย่างดี เสริมสร้าง

   ความจำและบำรุงสมอง  มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารมากมาย ที่จะช่วย

เสริมสร้างความจำและบำรุงสมองได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ความจำดีขึ้น แถมลดความเสี่ยง

การเป็นอัลไซเมอร์และช่วยให้สมองเกิดความผ่อนคลายอีกด้วย โดยเฉพาะวัยเรียนและวัย

ทำงานที่ต้องใช้สมองและความคิดมากเป็นพิเศษไม่ควรพลาดที่จะทานมะละกอเด็ดขาด

   บรรเทาอาการท้องผูก  มะละกอมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และมีเส้นใยสูง จึงสามารถ

บรรเทาอาการท้องผูกได้ดี แถมยังลดความเสี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวารอีกด้วย ดังนั้น

สำหรับใครที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ การทานมะละกอก็จะช่วยแก้อาการท้องผูกได้อย่าง

ดีเยี่ยม และสามารถปรับระบบการขับถ่ายให้เป็นปกติได้ดี

  

มะละกอ

                               กาพย์ยานี๑๑

                                       ผลนี้มีประโยชน์      ไม่มีโทษต่อร่างกาย

                               เนื้อสุกสวยสดใส            คุณค่าหลายวิตามิน

                                     แร่ธาตุใยอาหาร       รสชาติหวานอร่อยลิ้น

                               หากใครได้ลองกิน           ตลอดสิ้นชีวิตดี

                                ประพันธ์โดย

                                 สามเณรสุทธิพงษ์   พลอาษา

                                 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

มะละกอ

                             กาพย์ยานี ๑๑

                                    กำเนิดจากต่างชาติ      มาสู่แคว้นแผ่นดินไทย

                            มะละกอถูกใจ                    สุกแล้วไซร้น่าลิ้มลอง

                                     นำไปปรุงอาหาร         รับประทานไม่เป็นสอง

                            ผู้คนต่างหมายปอง               ผลผลิตของบ้านเรา

                                         ประพันธ์โดย

                                         สามเณรอัครเดช   กลางวงค์

                                       ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔