มะยม
มะยม
:
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
มะยม ภาคอีสานเรียกว่า หมากยม ภาคใต้เรียกว่า ยม
เป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็กถึงขนาด
กลาง สูงประมาณ๓-๑๐ เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล แตกกิ่งที่
ปลายยอด
กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย ใบประกอบ มีใบย่อยออกเรียงแบบสลับกันเป็น๒
แถว
แต่ละก้านมีใบย่อย ๒๐-๓๐ คู่
ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนม
เปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน
ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อย
สีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ ติดผลเป็นพวง
ผลมีสามพูชัดเจน เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยน
เป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง
เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด มี
ทั้งพันธุ์เปรี้ยวและพันธุ์หวาน
ซึ่งมีรสหวานอมฝาดผลจะอ่อนนุ่มเมื่อสุก จึงเก็บเกี่ยวก่อนผล
จะหล่นจากต้น
ถิ่นกำเนิดอยู่ที่เอเชียใต้และอเมริกันเขตร้อน
ประโยชน์และสรรพคุณ
มะยมใช้รับประทานเป็นผลไม้สดและแปรรูป
เช่น แช่อิ่ม ดอง น้ำมะยม แยม หรือกวน ใช้
ทำส้มตำ ยอดอ่อนรับประทานเป็นผักสด
กินกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ ขนมจีน ในอินเดียและ
อินโดนีเซีย นำใบไปปรุงอาหาร ผลใช้ปรุงรสอาหารในอินโดนีเซีย ในฟิลิปปินส์ใช้ทำ
น้ำส้มสายชู หรือกินดิบหรือดองในเกลือและน้ำส้มสายชู
ในมาเลเซียนิยมนำไปเชื่อม ใน
อินเดียและอินโดนีเซียนิยมนำใบมะยมไปประกอบอาหาร
เนื้อไม้แข็งแรง ทนทาน แต่ต้นไม่
ใหญ่มาก ในอินเดีย
เปลือกไม้ผลมะยมมีฤทธิ์กัดเสมหะและเป็นยาระบาย ใบเป็นส่วน
ประกอบของยาเขียว[๑]
ตำราไทยใช้ รากแก้ไข รักษาโรคผิวหนัง น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน ใบ
ต้มน้ำอาบแก้คัน
แก้ไข้ เหือด หิด อีสุกอีใส ในผลมีแทนนิน เดกซ์โทรส เลวูโลส ซูโครส
วิตามินซี
ในรากมี beta-amyrin,
phyllanthol, แทนนิน ซาโปนิน กรดแกลลิก
น้ำเชื่อมใช้
รักษาโรคกระเพาะอาหาร ในอินเดียผลใช้เป็นตัวกระตุ้นเลือดสำหรับตับ มะยมมี
4-
hydroxybenzoic acid กรดคาเฟอิก adenosine,
kaempferol และกรดไฮโปแกลลิก สาร
สกัดจากมะยมที่สกัดด้วยเอทานอลมีประสิทธิภาพดีทในการยับยั้งการเจริญของ
E. coli
O157:H7 และ Propionibacterium
acnesใช้เป็นแหลางของแทนนิน
มะยม
กาพย์ยานี ๑๑
หมากยมไม้ยืนต้น
สามพูผลยลชัดเจน
ยืนหยัดไม่โอนเอน
คุณไม่เว้นการทำยา
มะยมฤทธิ์ระบาย
แก้ไขหายคล้ายอ่อนล้า
ป้องกันสิ่งร้ายมา มีเมตตามหานิยม
ประพันธ์โดย
สามเณรสุทธิพงษ์ พลอาษา
มัธยมศึกษาปีที่ ๖
|